DekToh’s synopsis

พฤษภาคม 28, 2010

เรื่องราวของเด็กชาวเขาเผ่าต่างๆที่เดินทางมาเรียนต่อในชั้นมัธยมต้น

และพักนอนอยู่รวมกันที่ โรงเรียนบ้านแม่โต๋ ใน อ. สะเมิง จ. เชียงใหม่

การที่มาจากต่างเผ่าทำให้ภาษาที่ใช้แตกต่างกันออกไปที่นี่

ทุกคนจึงได้รับการสอนภาษาไทยและใช้สื่อสารเป็นภาษากลาง

ที่นี่เปรียบเหมือนครอบครัวใหญ่ เพราะนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว

เด็กๆจะต้องเรียนรู้ ที่จะอยู่ร่วมกัน ช่วยกันทำงานทุกอย่าง อาหารก็ต้องทำกันเอง

โรงเรียนจึงเปรียบเสมือนบ้านที่สองของพวกเขา  มีครูคอยให้ความดูแลใส่ใจ

เป็นทั้งพ่อและแม่ และมีครูใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบทุกชีวิตที่อยู่ร่วมกัน

เด็กชาวเขาทุกคนต่างเกิดและเติบโตอยู่บนภูเขา ที่ๆเราเรียกว่า “ต้นนำ้”

พวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้รับรู้ว่าที่สิ้นสุดของนำ้ หรือ ”ปลายนำ้” นั่นอยู่ที่ไหน

เพราะความยากจนและความห่างไกล ทำให้พวกเขารู้สึกว่าปลายนำ้หรือทะเลนั้น

มันช่างอยู่ไกล เกินกว่าจะได้มีโอกาสเห็นมัน

ครูใหญ่รับรู้และเข้าใจในวิถีชีวิตของเด็กภูเขาจึงคิดและพยายามที่จะพาพวกเขา

ออกเดินทางเพื่อไปสู่ปลายนำ้ที่สิ้นสุด แต่ในความหมายที่แอบซ่อนอยู่ใน

การเดินทางนั้นคือการศึกษาที่เด็กๆจะต้องเรียนจบ ความคิดของครูใหญ่จึงเกิดเป็น

ความฝันเล็กๆที่มีร่วมกันระหว่างเด็กกับครู เด็กที่นี่จึงพยายามตั้งใจเรียนให้จบชั้น ม.3

เพื่อวันหนึ่ง ครูจะพาไปทะเล

สำหรับการดำเนินเรื่องราวนั้น เราได้ติดตามชีวิตของเด็กชาวเขา 3 คน

ที่มาจากต่างเผ่า และต่างหมู่บ้าน

เรียงใจ เป็นเด็กชาวเขาเผ่าม้ง มาจากบ้านขุนสาใน อ. ปาย  จ. แม่ฮ่องสอน

พ่อของเรียงใจถูกยิงตาย ในขณะที่ออกไป ล่าสัตว์ในป่า ส่วนพี่สาวเรียนไม่จบเพราะ

โดนฉุดและจำเป็นต้องแต่งงาน ทำให้เรียงใจ กลายเป็นลูกสาวคนโตที่มีน้องอีก 3 คน

มีปูกับย่าที่แก่และมีแม่ที่ต้องสู้ชีวิตเพียงลำพัง เรียงใจจึงเป็นที่พึ่งและความหวังเดียว

ที่เหลืออยู่ของครอบครัว

อำไพ เป็นเด็กชาวเขาเผ่าม้ง มาจากบ้านห้วยเต่ารู อ. แม่ริม  จ. เชียงใหม่

อำไพเป็นเด็กร่าเริง ที่บ้านจะอยู่ด้วยกัน 4 คน คือพ่อ แม่ พี่ชายและอำไพ

พ่อกับแม่มีอาชีพทำไร่ซึ่งมีรายได้น้อยมาก ทุกคนจะอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังเล็กๆ

โดยสร้างคร่อมอยู่บนพื้นดิน  แม่ของอำไพต้องการให้ลูกมีชีวิตที่ดีกว่า

จึงส่งอำไพไปเข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านแม่โต๋ โดยที่ตัวเองต้องทนคิดถึงลูกอยู่คนเดียว

วรุฒ เป็นเด็กชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง มาจากบ้านแม่ขอ  อ. แม่แจ่ม  จ. เชียงใหม่

วรุฒมีพัฒนาการทาง สมองค่อนข้างช้า ในช่วงแรกที่มาเรียนจึงมีปัญหามาก

เพราะวรุฒไม่ยอมเข้าเรียน และชอบหนีไปเที่ยว นอกโรงเรียน ทำให้ครูใหญ่ต้องเข้าไป

ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

ในระหว่าง 1 ปีที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้  เหตุการณ์ต่างๆที่เราไม่เคยล่วงรู้มาก่อน

ได้เกิดขึ้นมากมายครูใหญ่ที่เป็นเสมือนเสาหลักของครอบครัว จำเป็นต้องรีบเข้ารับ

การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคมะเร็งลำไส้ที่เป็นมานานกว่า 2 ปี ทั้งครูและเด็กๆในโรงเรียน

ต่างช่วยกันสวดมนต์ภาวนา เพื่อขอให้ครูใหญ่หายป่วย และปลอดภัยจากโรคร้าย

ในช่วงปลายปี 2547 ครูแดง ที่สอนภาษาอังกฤษมา 8 ปี มีความจำเป็นต้องย้ายจาก

บ้านแม่โต๋ ด้วยเหตุผลที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวมากขึ้น การจากไปของครูแดง

สะท้อนให้เห็นภาพความรัก ความผูกพัน ที่คณะครูต่างมีให้กัน รวมไปถึง

ความผูกพันที่เด็กๆมีให้กับครูแดง บรรยากาศในวันอำลาจึงเต็มไปด้วยบทเพลง

แห่งความอาลัยรักและหยดนำ้ตา

โรงเรียนบ้านแม่โต๋ ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงเรียนไปเช้าเย็นกลับ  ไม่ได้สอนเด็กๆเฉพาะ

ในตำราเท่านั้น แต่ที่นี่เด็กทุกคนกำลังเรียนรู้ถึงชีวิตจริง อีกไม่นานพวกเขาจะเรียนจบ

จะได้เดินทางไปทะเล ได้ออกไปเผชิญกับโลกกว้าง ความรัก ความผูกพัน

ความรู้สึกใสสะอาดที่ทั้งครูและเด็กๆมีให้กันและกัน คือความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นตลอด

ช่วงชีวิตที่พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: